หนังสือและคู่มือ

SHARE

เอกสารเผยแพร่ ›› หนังสือและคู่มือ

 

ชนิด ปริมาณ แหล่งที่มา และสรุปการพัดพาของขยะทะเลบริเวณปากแม่น้ำระยอง

  • เดือน/ปีที่พิมพ์
  • พฤศจิกายน 2554
  • บทนำ
  •          ปัญหาขยะทะเลในบริเวณชายหาดท่องเที่ยวของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน แต่การศึกษาวิจัยในมิติต่าง ๆ ด้านขยะทะเลยังมีอยู่เป็นจำนวนน้อย ด้วยเหตุนี้การศึกษาครั้งนี้จึงได้ริเริ่มการสำรวจ และประเมินปริมาณขยะที่พัดพามาทางปากแม่น้ำ ควบคู่ไปกับการจำลองรูปแบบการไหลเวียนของกระแสน้ำ เพื่อประเมินการพัดพาของขยะทะเลที่มากับน้ำท่าบริเวณปากแม่น้ำ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและเป็นฐานข้อมูลนำไปสู่การกำหนดมาตรการรองรับและแผนปฏิบัติการเพื่อใช้ในการลดและบรรเทาผลกระทบจากขยะทะเล โดยทำการศึกษาข้อมูลขยะทะเล และจำลองกระแสน้ำในพื้นที่ปากแม่น้ำระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งได้ทำการคาดคะเนลักษณะการไหลเวียนกระแสน้ำบริเวณปากแม่น้ำระยองระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน ปี พ.ศ. 2554 ด้วยการตรวจวัดข้อมูลจริงในภาคสนามบริเวณปากแม่น้ำระยอง ในฤดูแล้ง และฤดูฝน และทำการเก็บตัวอย่างขยะผิวน้ำและขยะพื้นท้องน้ำฤดูกาลละ 2 ครั้งในบริเวณที่ทำการศึกษา
             ในการสำรวจขยะผิวน้ำทั้ง 4 ครั้งพบปริมาณขยะรวมทั้งหมด 1,764 ชิ้น ในฤดูแล้งพบ 765 ชิ้น ในฤดูฝนพบ 999 ชิ้น ค่าเฉลี่ยอัตราการพัดพาขยะในฤดูแล้งเท่ากับ 32±12 ชิ้นต่อชั่วโมง ในฤดูฝนเท่ากับ 41±12 ชิ้นต่อชั่วโมง เฉลี่ยทั้งหมด 37±10 ชิ้นต่อชั่วโมง ขยะพื้นท้องน้ำที่ได้จากการเก็บตัวอย่าง 4 ครั้ง พบปริมาณขยะพื้นท้องน้ำรวมทั้งหมด 976 ชิ้น พบขยะในฤดูแล้ง 331 ชิ้น ในฤดูฝน 645 โดยประเมินค่าต่อพื้นที่ได้เป็น 680 ชิ้น/1000 ตารางเมตร และจากการประเมินพบว่าน้ำหนักของขยะต่อพื้นที่คือ 39.9 กิโลกรัม/1000 ตารางเมตร จากการวิเคราะห์ชนิดขยะผิวน้ำด้วยการสังเกตด้วยสายตา และการศึกษาขยะพื้นท้องน้ำ โดยคู่มือ International Coastal Cleanup พบว่าประเภทขยะผิวน้ำที่พบมาจากกิจกรรมชายฝั่งและการพักผ่อนมากที่สุดโดยพบทั้งหมด 68.52% ในขณะที่ขยะพื้นท้องน้ำที่พบส่วนใหญ่เป็นขยะที่ไม่สามารถระบุที่มาของกิจกรรมตามคู่มือได้ดังนั้นขยะส่วนใหญ่จึงจัดอยู่ในประเภทอื่น ๆ ถึง 48.30% รองลงมาคือขยะกิจกรรมชายฝั่งและการพักผ่อน 46 31% ในขณะที่การวิเคราะห์ขยะผิวน้ำด้วยการสังเกตด้วยสายตา และการศึกษาขยะพื้นท้องน้ำ โดยคู่มือ UNEP/IOC พบว่าวัสดุที่พบมากที่สุดคือพลาสติกคิดเป็น 54.59 % ของขยะผิวน้ำ และ 83.91 % ของขยะพื้นท้องน้ำ และขยะประเภทวัสดุพลาสติกที่พบมากที่สุดในขยะผิวน้ำคือขยะจำพวกถุงและขวดบรรจุเครื่องดื่ม และในขยะพื้นท้องน้ำคือเศษพลาสติกและถุงบรรจุภัณฑ์
             จากผลการจำลองการไหลเวียนของกระแสน้ำในบริเวณปากน้ำระยอง พบว่าลักษณะของกระแสน้ำเกิดจากอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง (tidal current) ของน้ำในอ่าวไทย และกระแสน้ำมีการเบี่ยงเบนทิศทางในแต่ละชั่วโมง (tidal rotation) โดยทิศหลักของกระแสน้ำในช่วงขณะน้ำขึ้น คือ ทิศตะวันตกถึงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีความเร็วประมาณ 0.05–0.15 เมตรต่อวินาที ส่วนทิศหลักของกระแสน้ำในช่วงขณะน้ำลง คือ ทิศตะวันออกถึงทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีความเร็วประมาณ 0.01–0.10 เมตรต่อวินาที โดยความเร็วกระแสน้ำเฉลี่ยในช่วงขณะน้ำขึ้นจะมีค่ามากกว่าในช่วงขณะน้ำลงเล็กน้อย
    จากการวิเคราะห์ผลการศึกษาที่ได้จากข้อมูลการสำรวจขยะทะเลและการจำลองกระแสน้ำสามารถประเมินได้ว่าขยะที่พัดพาบริเวณแม่น้ำระยองมีอัตราการขนส่งในฤดูฝนมากว่าฤดูแล้งและพบว่าปริมาณน้ำท่ามีผลต่อการพัดพาของขยะ และจากการประเมินในภาพรวมพบว่าทิศทางในการพัดพาของขยะบริเวณปากแม่น้ำระยองจากอิทธิพลของกระแสน้ำมีแนวโน้มในการพัดพาไปในทิศตะวันตกถึงตะวันตกเฉียงเหนือ (เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง) 
  • ผู้เขียน/บรรณาธิการ
  • คณะเทคโนโลยีทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี
  • หน่วยงาน
  • กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
  • TAGS ที่เกี่ยวข้อง : 
  • ขยะทะเล, marine debris, marine litter
  • ความพึงพอใจในบทความ

    • พึงพอใจมากที่สุด
    • พึงพอใจมาก
    • พึงพอใจปานกลาง
    • พึงพอใจน้อย
    • พึงพอใจน้อยที่สุด / ให้ปรับปรุง